lnwshop logo
  • ตอบกระทู้
  • ตั้งกระทู้ใหม่
QUOTE 

บันทึกสุดยอดประสบการณ์ พระขุนแผน อ.เปล่ง บุญยืน

เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
4 ปีที่ผ่านมา

บันทึกสุดยอดประสบการณ์ พระขุนแผน อ.เปล่ง บุญยืน

     ความเป็นมาของการสะสม อ.เปล่งเริ่มจากการเล่นพระทั่วๆไปซึ่งส่วนย้อนกลับไปซัก 10-15ปีที่แล้วก็ยังเป็นวัยร่นอยู่ยังไม่มีครอบครัว ส่วนใหญ่ช่วงนี้ก็ต้องมีเรื่องของสาวๆเรื่องของเสน่ห์ สาวรักสาวหลงประมาณนี้ ซึ่งตัวเองก็ไม่หล่อ คารมณ์ไม่ดีขี้อาย ไม่กล้าคุยกล้าจีบ ก็คงต้องพึ่งเครื่องรางของละคราวนี้ โดยส่วนตัวก็มีความเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในเรื่องแบบนี้ ในสมัยก่อนอินเตอร์เนตไม่มี จะหาดูพระเครื่องรางของขังอะไรก็ต้องซื้อหนังสือมาดู ในตอนนั้นก็มีหนังสือยอดฮิตคือ หนังสือนะโม ผมซื้อตั้งแต่เล่มละ15บาท ก็ซื้อมาดูเกือบทุกเล่ม ใครว่าอะไรดีก็เช่ามา ตั่งแต่หลักสิบบาทถึงเกือบพันบาท ตอนนั้นก็ยังเป็นนักศึกษายังหาเงินเองไม่ได้ ก็จะเช่าตามอัตภาพ เยอะแยะไปหมด แต่ก็เงียบผมคงจะไม่ถูกโฉลกกับของเหล่านั้นก็เลยใช้ไม่ขึ้น ของอาจารย์เหล่านั้นก็ดีอยู่นะแต่เราอาจจะใจร้อนประมาณว่าใช้แล้วได้ผลเลย (อยากลองของว่าขลังจริงเปล่าซะมากกว่าแต่ยังไม่เกิดศรัทธาก็ว่าได้)ก็เลยเลิกใช้....ในใจก็คิดว่ามีแค่โปรโมทกันซะมากกว่า เกิดอาการถอดใจบ้างก็หยุดเช่าไป แต่ก็ยังว่านะใจมันยังอยากลองยังต้องการทางนี้อยู่ เดินผ่านแผงหนังสือทีไรก็จะต้องเปิดดูข้างในว่ามีอะไรน่าจนใจแรงๆบ้าง ก็ไปเห็นหนังสือนะโม เล่มหนึ่งปี42นี่แหละ หนังสือเล่มนั้นยังมีอยู่แต่ยังไม่ได้ดูว่าฉบับที่เท่าไหร่ ไปเจอหน้ากลางๆเล่มเป็นหน้าขาวดำ ขออนุญาติเอยชื่อร้านนะครับ ร้านจอมพระครับ ลงโฆษณาพระของ อ.เปล่งอยู่ ผมก็อ่านด้วยความสนใจมากๆ อ่านนานเจ้าของแผงก็มองหน้าก็เลยล้วงกระเป๋ามีเงินอยู่ 50บาท ซื้อหนังสือเล่มนั้นมาอ่านที่หอพัก เอาละวะเนื้อหาที่เขียนโฆษณา มวลสาร พิธีกรรม ของอาถรรพ์น่าสนใจ ทั้งที่ผมไม่เคยรู้จักกับท่าน อ.เปล่งมาก่อน การหาข้อมูลก็ยากเพราะไม่รู้จะค้นจากที่ไหนเพราะไม่มีเน็ตเหมือนทุกวันนี้ ก็เกิดความอยากลองว่าสุดยอดจริงเปล่า ในหน้านั้นก็จะโฆษณาพระ อ.เปล่ง รุ่นแรก ราคานั้นตอนนั้น3500บาท รุ่นสอง 1500บาท พระปิดตา 1000บาท แล้วก็มาถึงรุ่นขุนแผนสีผึ้ง7ป่าช้า ราคา2500บาท แพงนะสำหรับนักศึกษาที่หาเงินยังไม่ได้ ในใจก็คิดว่าพระอะไรวะแพงจัง ก็ตัดสินใจว่าจะเช่าแต่จะเป็นรุ่นไหนเท่านั้น จะเอารุ่นแรกก็แพงจังตังค์ไม่พอแน่สร้าง30องค์ หรือว่าจะเอารุ่น2ดี แต่ไม่มีข้อมูลการสร้างให้อ่านเลย ก็เลยตัดสินใจเช่ารุ่นขุนแผนสะกดทัพสีผึ้ง7ป่าช้า ในราคา2500บาท ค่าส่ง50บาท ตังค์เกือบหมดแล้วจะกินอะไรวะเดือนนี้ ไม่เป็นไรเดี๋ยวค่อยขอหน่วยเหนือใหม่วะ ก็เลยไปธนาณัติทันที คิดอยู่เป็นอาทิตย์เลยละ หลังจากนั้นก็รอประมาณ1อาทิตย์ คอยอยู่ทุกวันเห็นไปรษณีผ่านทีไรก็ดีใจ คอยๆๆๆๆๆๆและแล้วก็มาถึงแล้วด้วยความตื่นเต้น เริ่มแกะกล่องพัสดุขนก็ลุกซูไป ด้วยความตื่นเต้นอยากเห็นตัวจริงจะเป็นอย่างไร แล้วก็แกะพลาสติกที่ห่อพระมาดูเห็นองพระเป็นสีเท่า ขนลุกทั้งตัวไปถึงหัวเลย ก็พนมมือแล้วอธิฐานทันที แต่ยังแขวนไม่ได้ต้องไปเลี่ยมก่อน ก็เลยขี่มอเตอร์ไซค์ไปเลี่ยมทันที...................เดี๋ยววันนี้แค่นี้ก่อนละไปทำงานก่อน เดี๋ยวว่างจะมาเล่าต่อ ............

          หลังจากนำไปเลียมขณะที่รอเลี่ยมอยู่นั้นช่างก็ถามว่าพระอะไรไม่เคยเห็น เราก็ตอบว่าพระของ อ.เปล่งเค้าก็บอกว่ทาไม่รู้จัก...ขุนแผนนะเนี๊ย เราก็อายที่จะตอบช่าง ก็เลยบอกว่าไม่รู้ครับ (ถ้าเป็นปัจจุบันนี้ช่างคนนั้นคงจะขอเช่าต่อแล้วละถ้ารู้ว่าจะหายากและแพงอย่างนี้ ฮ่าๆๆ) หลังจากเสร็จก็จ่ายตังค์30บาท เสร็จแล้วก็เบิ่งแมงไซค์กลับหอพัก ทันที กลับมาถึงห้องพักก็มาเก็บกล่องพัสดุที่แกะแล้วแต่ยังไม่เก็บ เห็นมีกระดาษแผ่นหนึ่งพับอยู่ก็คลี่ออกอ่านดูมันเป็นวิธีใช้และคาถาใช้วัตถุอาถรรพ์ต่างของ อ.เปล่ง เราเช่าขุนแผนมาก็ต้องอาราธนาขุนแผนจำได้ ว่า สุนะโมโล และเขายังเขียนบอกว่า การใช้พระ อ.เปล่งนั้นต้องถอดของอาจารย์อื่นๆก่อน ซึ่งจะรู้ว่าของ อ.เปล่งใช้ดีไหม สักประมาณ 2เดือนเป้นอย่างน้อย เมื่อเราได้อ่านอย่างนัน้ก็ต้องทำตาม อะไรที่มีอยู่ในตัวถอดออกทันที ด้วยความอยากลอง ตอนนั้นยังไม่เกิดศรัทธาเลยละอยากลองของจริงอย่างเดียว แต่เท่าที่อ่านจากใบใช้ที่กำกับนั้นไม่ยักจะต้องเซ่นด้วยอาหาร เหล้า หรือทำบุญเลย ผมก็เพิ่งจะรู้จากผู้รู้ต่างๆจากในเน็ตนี่แหละ (แต่หลังจากที่ผมทราบทำก็ทำตามที่บอกเล่ากันมา แต่ทำเมื่อเร็วนี่แหละแต่ก่อนไม่รู้เลยไม่ได้ทำการเซ่นการเชิญเข้าบ้าน) เมื่ออ่านคาถาและวิธีใช้เสร็จก็ตกตอนค่ำ ทำภาระกิจต่างๆเสร็จหมดก็เข้านอนแต่ไม่มีหมาหอนหรือได้พบกับสิ่งแปลกๆตามที่ท่านอื่นเจอนะครับหรือผมอาจจะไม่ได้สังเกตุก็ได้ ไม่ฝันไม่อะไรเลยสำหรับคืนนั้น ตื่นเช้ามาก็แต่งตัวจะไปเรียนตามปกติก็เลยเปิดหนังสือนะโมที่ซื้อมาอ่านอ่านดูการสร้างขุนแผนที่ผมเช่ามามีข้อความตอนหนึ่งเขียนว่า"การหุงสีผึ้งของ อ.เปล่งนั้นสร้างได้ยากมาก อ.เปล่งทำสำเร็จเพียง2ครั้ง ตามข้อความที่เขียนไว้ในหนังสือนะ

          ...ต่อครับ ถ้าหุงสีผึ้งสำเร็จแล้วให้เอานิ้วชี้ไปที่ไก่ ถ้าไก่วิ่งมาจิกที่นิ้วถือว่าสำเร็จ) พอเราได้อ่านอย่างนั้นก็อยากลอลองของทันที ประกอบกับได้มาคืนแรกไม่เกิดอะไรขึ้นเลย ซักไม่แน่ใจซะแล้ว ว่าแล้วก็เดินออกจากหอพักไปหาไก่ลองบ้างจะเป็นยังไง ก็เลยเดินไปหลังหอพักบ้านนั้นเค้าเลี้ยงไก่ไว้หลายตัว ถึงเวลาที่จะได้ลองแล้ว หันหน้าหันหลัง ว่าไม่มีใครมองหรือเห็นเดี๋ยวเค้าหาว่ามาทำไร เล่นของเปล่า หลังจากนั้นก็อธิฐานในใจบอกว่าถ้าขุนแผนองค์นี้ศักดิ์สิทธิ์จริงเป็นมหาเสน่ห์จิงขอให้ไก่วิ่งมาจิกที่นิ้วด้วยเถ้อ....แล้วก็ถอดพระมากำไว้ด้วยมือซ้ายผมก็นังยองๆลงแล้วใช้มือขวาชี้ไปทางไก่อยู่ มีประมาณ3ตัว จำไม่ได้ว่าตัวผู้กี่ตัว ตัวเมียกี่ตัว แล้วไก่3ตัวนั้นก็วิ่งมาที่ตัวผมจริงๆจำได้ว่าตัวที่จิกนิ้วผมนั้นเป็นไก่สีดำตัวเมีย ขนลุกเลยครับ ในใจก็คิดว่าเราได้ของสุดยอดแล้วโว้ย พนมมือขึ้นใส่หัวแล้ววิ่งกลับหอพักทันที กลับถึงห้องก็อาธนาอีกครั้งว่าวันนี้ออกไปเรียนขอให้สาวๆทุกคนมอง คุยกับใครเค้าก็หลง มั่นใจเต็มที่ขึ้นแมงไซค์ไปมหาลัยทันทีด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้ม มั่นใจเห็นใครยิ้มหมด ขับมาถึงปากซอยก็มีสาวๆ(อยู่ในซอยเดียวกันนั้นแหละรู้จักกันแต่ไม่สนิทกันรู้จักแต่หน้าตาแต่ไม่รู้จักชื่อไม่เคยคุย ด้วยเราเป็นคนขี้อายไม่กล้าคุย กล้าแซวกับสาวๆเลย) เบิกรถเราให้เราจอดเราก็เลยจอด แล้วเธอก็บอกว่าขอไปด้วยซิรถเสียเดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน เราก็ว่าอยู๋มหาลัยเดี่ยวกันซอยเดียวกันอยู่แล้วก็ไม่น่ามีปัญหาก็เลยบอกว่า งั้นขึ้นเลย เขาก็ขึ้นซ้อนท้ายมอไซค์แต่เขาใส่กระโปรงชุดนักศึกษาก็เลยขึ้นยากหน่อย มือเขาเลยมากอดที่เอวผมผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ลืมไปซะด้วยซ้ำว่าวันนี้เราแขวนขุนแผน อ.เปล่งมาด้วย เพิ่งจะนึกได้ตอนส่งเขาที่คณะเสร็จแล้ว ขี่ไปเรื่อยเขาก็ถามว่าอยู่คณะ อะไร เห็นเกือบทุกวัน แต่ไม่มีโอกาศได้คุยสักทีเขาว่างั้น แล้วชื่ออะไร.....เราก็ตอบ แล้วขอก็บอกว่าเขาชื่อ...........เรียนอยู่คณะ.........ปีเดียวกันกับผม คุยไปคุยมาก็ถึงคณะพอดี เขาก็ลงมอไซค์ เพื่อนที่คณะของเขาก็มองใหญ่เลย ว่าเราเป็นใครถึงได้มาส่ง เขามองจนเราอายเลยละ เขาก็ขอบคุณแล้วเขาก็บอกว่าเจอกันทักหน่อยนะ....เราก็ตอบสั้นๆว่าได้เลย เราก็ไปที่คณะของเราต่อวันนั้นก็ทำตัวปกติทุกอย่างเพราะว่าลืมคิดไปว่าเราแขวนขุนแผน อ.เปล่งมาด้วย สาวๆที่เดินผ่านมาก็ยิ้มให้ทุกคนเลย คุยกับใครก็คุยด้วยอย่างดี แต่ก็ไม่ใช่ชนิดที่ว่าเห็นเราแล้วกรี๊ดสลบ ..นะครับ เอ๊...วันนี้ทำไมมีแต่คนสนใจเราจังวะ ทำไรก็ดีไปซะทุกอย่างเลย นึกขึ้นได้ว่าเรามี พระ ของ อ.เปล่งนี่เอง ในใจก็คิดว่าอะไรจะสุดยอดขนาดนั้นวะ เรียนเสร็จก็จะกลับหาพัก ก็ขับมอไซค์มาตามทางเดิมเหมือนทุกวัน ระหว่างทางกลับได้ยินเสียงเรียกจากข้างทาง.......เฮ้ยเรียกชื่อเรานี่หว่าเราก็เลยจอดรถ หันไปมองว่าเสียงผู้หญิงผู้หญิงหนิ ......ใครวะ และแล้วก็เจอ...สาวคนเมื่อเช้าหนิ...เขาก็วิ่งมาถามว่า..เรียนเสร็จแล้วหรอ..เราก็ตอบว่าเสร็จแล้ว แล้วเขาก็ตอบว่าจะไปไหนต่อ..เราก็บอกว่ากลับหอ..เขาก็ถามต่อว่าเขาขอกลับด้วยได้ไหม ...จะไปเอามอไซค์ที่ไปซ่อมอยู่ที่ร้านซ่อมให้เราไปส่งหน่อย ......ไหนก็ไปทางเดี๋ยวกันก็เลยบอกว่าเดี่ยวไปส่งก็ได้ เขาขึ้นซ้อนท้ายแล้วเราก็ไปส่งที่ร้านซ่อมให้ พอถึ่งร้านซ่อมเขาก็ขอบคุณแล้วเขาก็บอกว่าวันไหนว่างเดี๋ยวเลี้ยงข้าวเที่ยงตอบแทนให้นะ....เราก็ยิ้ม หลังจากนั้นก็กลับหอพัก ........

          ต่อ...กลับมาถึงหอพัก..ก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้เราเจออะไรแปลกๆมันไม่แน่จะเกิดขึ้นได้ ตั้งแต่จำความได้ไม่เคยนั่งมอเตอร์ไซค์กับผู้หญิงเลย..นอกจากแม่ พี่สาว หรือว่าญาติๆกัน ครั้งนี้มันเกิดอะไรขึ้น...หรือว่าเพราะองค์พ่อขุนแผน..ความสงสัยก็เริ่มที่จะสร้างศรัทธาเกิดขึ้น...แต่แปลกอยู่อย่างหนึ่งคือทำไมเราไม่มีความรู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลยหรือว่าไม่ชอบเขาก็ไม่รู้ตอนนั้นนะ ตกเย็นก็ออกไปกินข้าวก็เป็นปกติทุกวันแหละ ไปคนเดียวแหละ ไปร้านประจำที่เคยกินทุกวันสั่งทันที กระเพราะหมูเผ็ดๆสั่งแม่ค้าๆก็ถามว่าเอาไข่ดาวไหม เราก็ตอบว่าไม่ครับ ก็เอาเงินไปเช่าพระแล้วหนิ เดี๋ยวตังค์ไม่พอสิ้นเดือนแน่ต้องประหยัด แต่เป็นที่น่าแปลกคือตอนแม่ค้าเอาข้าวมาเสริฟมันมีไข่ดาวมาให้ด้วย แล้วป้าแกก็บอกว่าเอาใส่ไข่ดาวด้วยเคยกินอย่างนี้ทุกวันไม่มีเงินก็ไม่เป็นไรไว้มีตอนสิ้นเดือนก็ค่อยเอามาให้ป้านะ แล้วป้าก็ยิ้ม....ผมก็งงเลย กำลังนั่งกินอยู่ก็ได้ยินเสียงมาจากข้างหลังว่า........ นั่งด้วยซิกินคนเดียวไม่ชวนเลย...เราก็ไม่ได้สนใจเพราะมานั่งกินข้าวที่นี่3ปีแล้ว เวลาประมาณนี้ จนใกล้จะจบแล้วก็ไม่เคยมีใครมาถามนี่หว่า ก็เลยนั่งเฉย ก็ได้ยินเสียงต่อว่ามาอีกว่าคุยด้วยก็ไม่ยอมคุยด้วย...ผมจึงหันไปมองว่าเขาคุยกับใคร...อ้าวผู้หญิงที่ซ้อนมอไซค์เราหนิ...เราก็เลยตอบว่าโทษทีนึกว่าคุยกับคนอื่น เขาก็มานั่งด้วยแล้วเขาก็สั่งข้าวมากินบอกว่ากินด้วยนะเพื่อนที่หอไปเที่ยวกันหมดเลย แล้วเขาถามว่ามากินที่นี้ทุกวันหรอเราก็ตอบว่า อือ ก็คุยกันไปเรื่อย สมัยก่อนโทรศัพท์มือถือแพงมากครับเครื่องหนึ่งหลายหมื่นเลยไม่ได้เบอร์ครับ ประกอบกับเราขี้อายไม่กล้าขอด้วย เขาก็เลยถามว่าใช้แพ็คลิ้งไหม เราก็ตอบว่าใช้อยู่ แล้วเขาก็ขอเบอร์เรา และเขาก็ให้เบอร์เขา วันไหนรถเสียจะได้ติดรถไปด้วยนะ..เขาว่าอย่างนั้น เมื่อกินอิ่มแล้วก็งานเข้านะซิตังค์ไม่พอจ่ายค่าข้าวกะจะเลี้ยงซักหน่อย ไม่ได้ถือเงินออกมามาก ซวยแล้ว.....เขาก็ยืนตังค์ให้ผมแล้วเขาก็บอกว่าไม่ต้องเลี้ยงหรอกหาเงินยังไม่เป็นไว้ทำงานแล้วค่อยเลี้ยงก็แล้วกัน..แล้วเขาก็บอกว่าเดี๋ยวไปส่งหน่อยนะเดินมา..เราก็พยักหน้า (หน้าแตกเลยวะวันนี้) ถึงหอพัก.เขาก็บอกว่าพรุ่งนี้เจอกัน.........เราก็กลับมาที่หอพักเรามาพิเคราะห์เหตุการณ์ต่างที่เกิดขึ้นว่าคงเป็นเพราะพ่อขุนแผนแน่เลย เริ่มศรัทธามากขึ้น....ก่อนนอนก็ไห้วตามที่มีคาถากำกับทุกวัน... ตั้งแต่ได้พระ อ.เปล่งมามันทำให้ชีวิตผมเปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นคนขี้อายไม่มั่นใจก็เป็นตรงกันข้าม มันทำให้ผมคุยกับทุกคนที่ต้องการอยากคุยด้วย...กล้าที่จะถาม แต่ที่เล่ามานี้ก็ใช้เวลาอยู่นะ4-5เดือน กับเธอคนนั้นเราก็ได้พบกันอยู่ตลอดเลยเกือบทุกวัน ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือบังเอิญกันแน่...แต่ก็มีสิ่งที่แน่สังเกตุว่า ทั้งที่อยู่ที่นี่3ปีแล้วเห็นกันก็ไม่ได้สนใจอะไร...แต่ทำไมเดี๋ยวนี้เขาให้ความสนใจเรามากจัง ...และอีกอย่างหนึ่งทำไม่ผมไม่มีความรู้สึกแบบพิเศษกับเธอเลย มีความรู้สึกแบบเพื่อนซะมากกว่า ทั้งทั้งที่เขาก็น่ารักนิสัยดี ขนาดเพื่อนผมยังอิจฉาเลยแซวกันว่าจะจีบแข่งผม ..ผมก็บอกว่าเอาเลย เป็นเรื่องสนุกซะมากกว่า เราก็คบกันมาได้ประมาณ6เดือนแหละผมก็กลายเป็นคนเจ้าชู้ขึ้นมาทันที คุยกับใครก็ดูเหมือนจะเข้าถ้าไปซะทุกคน แต่ไม่ถึงกับว่าเขาเดินเข้ามาหาเองนะครับ และแล้วเรื่องมันก็เกิดขึ้นเมื่อผมดันไปชอบเพื่อนของ..เธอคนนั้นเข้า...สวย หยิ่ง มีฐาะดี มีรถยนต์ขับมาเรียน (ธรรมดาของคนไม่หล่อต้องชอบแบบสุดยอด) ด้วยความที่หลงตัวเองว่ามีของดีอยู่กับตัวจะจีบใครก็ได้ มันจึงเป็นสิ่งที่สอนผมเท่าทุกวันนี้ ....

...........หลังจากที่ใช้พระ อ.เปล่งมาซักช่วงหนึ่งแล้วด้วยความที่มีของดีอยู่กับตัว ความมั่นใจ ความมีเสน่ห์ก็เกิดขึ้น จากคนที่ไม่เคยมีใครสนใจ มันทำให้ผมเป็นที่น่าสนใจขึ้นมา จะด้วยความมั่นใจ หรือด้วยอำนาจแห่งพรายก็แล้วแต่....รุเพียงอย่างเดียวว่าจะคุยกับใครจะคบกับใครก็ราบรื่นไปซะหมดโดยที่ไม่สนใจความรู้สึกของคนที่เราคุยด้วยเลย....เข้าเรื่องครับ....เมื่อคบหากับ...เธอคนนั้นไดซักพักใหญ่ๆแล้ว เริ่มสนิทกันมากขึ้นแต่ใจเราก็ยังไม่คิดที่จะชอบเขาจริงๆเลย ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราอยากมีแฟนนะ เห็นเพื่อนมันมีก็แอบอิจฉาพวกมันมากเลย แต่ตอนนี้เรามีคนมาชอบเรากลับยังไม่พอใจ อยากได้สิ่งที่สูงกว่านี่แหละคนเราน๊ะ จะเรียกได้ว่าเป็นวัวลืมตีนว่างั้นนะ...เราดันไปชอบเพื่อนเขาอีก..ปฏิบัติการณ์ก็เริ่มขึ้น ก็คงเป็นสูตรสำเร็จแหละเมื่อชอบเพื่อนเขาเราก็ต้องใช้เขาเป็นสะพาน (ซึ่งไม่ดีเลย อย่าทำนะ) เมื่อไปหาเขาเราก็จะให้เขาชวนเพื่อนเขามาด้วย จากที่กินข้าวกัยสองคน ไปไหนสองคน ก็จะกลายเป็นสามคน จากที่เคยอฐิฐานให้พรายช่วยให้สาวๆทุกคนให้ความสนใจเรา ก็กลับกลายเป็นว่าให้เพื่อนของเขา ชอบเรา หลุมหลงเรา ซะงั้น จุดประสงค์เปลี่ยนไป เพื่อนก็ลองใช้วิจารณญานดูนะว่าคนช่วยเค้าจะคิดยังไงกับเรา แต่ก็เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนักที่สาวเจ้าที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมทุกอย่างให้ความสนใจเราเป็นพิเศษเช่นกัน ถ้ามองกันจริงๆแล้วมันแต่งกันแทบสุดขั้วเลยระหว่างเรากับเขา เขามีตั้งค์ เราก็มีแต่น้อย เขาสวยแต่เราก็งั้นๆ เขาขับรถเก๋งไปเรียนแต่เรามอไซค์ฮ่าง มันเป็นความต่างจริงๆเลย แต่มันก็เป็นไปแล้วครับ สาวเจ้าก็เป็นที่หมายตาของคนอื่นๆด้วยเดินไปไหนไม่มีใครไม่มองต้องมองชนิดที่เรียกว่าหันกลับหล้งมองเลย พอเริ่มรู้จักกันสักหน่อยแล้วก็เริ่มคุยกันทางโทรศัพท์แต่ละวันนี่แลกเหรียญ์บาทหยอดตู้วันละเป็นร้อยมือถือยังไม่มี เขาก็คุยกับเราทุกวันเลย ก็เริ่มมั่นใจว่ามีสิทธิ์แน่เรา(อันนี้คิดไปเองนะ)เขาก็ไม่กล้าแสดงตัวมาก เวลาไปกินข้าวเขาก็จะไปรับเธอคนั้น แล้วเขาก็จะมารับเราที่หอพัก เป็นอย่างนี้อยู่ประจำ จนเพื่อนที่คณะและที่หอพักสงสัยว่าเรามีอะไรดีวะมีสาวๆมารับทุกวันเลย...อะไรจะสุดยอดขนาดนี้วะพระอาจารย์เปล่งใจเริ่มจะเชื่อ100เปอร์เซนแล้วซิ ทุกวันเราเริ่มขอในสิ่งที่เราต้องการณ์ทุกวันๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ส่วนใหญ่เราก็จะได้ในสิ่งที่เราต้องการ แต่ก็ต้องใช้เวลาและความอดทนอยู่นะไม่ใช่ว่าขอปุ๊ปได้ปับ อันนั้นต้องคิดเอง......เรื่องราวต่างๆก็ดำเนินไป ความสนิทกับสาวเจ้าก็เริ่มสนิทกันเมากขึ้นเรื่อยๆมีอยู่วันหนึ่งไปกินข้าวเย็นด้วยกัน เพื่อนของเธอคนนั้นที่เราชอบก็ถามเธอคนนั้นว่า...เรากับเธอชคนนั้นเป็นแฟนกันหรือเปล่าเห็นไปไหนด้วยกันอยู่ตั้งนานแล้ว ...เราก็อึ่งไปเธอคนนั้นก็ยิ้มแต่ก็ไม่ตอบแล้วเธอก็บอกว่าให้ถามเราดูซิว่าเป็นแฟนกันหรือเปล่า....ไอ้เราก็ตอบไปว่า...เป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่กลัวว่าจะเสียเครดิต ทำให้เธอคนั้นหน้าบูดขึ้นมาทั้นที แต่เราก็ไม่ได้สนใจในตอนนั้น เพื่อนเธอคนนั้นก็พูดต่อว่าเราก็นึกว่าเป็นแฟนกันซะอีก ....ในใจเราก็คิดว่าเขาถามให้ทางหรือเปล่าวะ เหตุการณ์ต่างๆดำเนินไป พอหลังๆมาจากที่เคยไปไหน3คนก็เหลืออยู่สองคนแล้ว เธอคนนั้นก็มารับเราไปกินข้าวบ้าง เที่ยวบ้าง ไปไหนๆก็มารับเราไปเป็นเพื่อนตลอด รวมทั้งตอนไปเรียนด้วย จนมอไซค์ฮ่างแทบจะไม่ได้ใช้งาน อะไรจะเฟอร์เฟคขนาดนี้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อละคราวนี้ ทุกคนตลึงหมดเลย ที่นี้ก็เลยเชื่อร้อยเปอร์เซนต์เลยละครับ ศรัทธา1000 % ผมก็ดำเดินชีวิตอย่างนี้ไปเรื่อยๆจนลืมนึกว่าเราลืมเธอคนนั้นไป....ซึ่งทั้งสองคนนี้นิสัยต่างกันอย่างหน้ามือกับหลังมือเลย คนหนึ่งมีเหตุผล..เข้าใจอะไรง่าย อีกคนเอาแต่ใจสุดๆไม่มีเหตุผลไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นเวลาโกรธ จุดนี้แหละที่พรายจะช่วยเราไม่ได้เราต้องช่วยตัวเอง ทุกคนอิจฉาผมหมดเพื่อนก็เข้ามาถามว่ามี่อะไรดีวะ เราก็บอกบ้างสำหรับเพื่อนสนิท แต่ส่วนใหญ่จะไม่บอกเพราะส่วนใหญ่มันไม่เชื่อและศรัทธาบอกไปก็เสียเปล่านะ

เราคบกันกับเพื่อนเธอคนนั้นจนใครๆหรือแม้แต่เราเองก็คิดว่าเราเป็นแฟนกันแล้วแต่เราก็ยังไปมาหาสู่กับเธอคนนั้นอยู่จับปลาสองมือว่างั้น แต่เราก็ไม่ได้สนใจความรู้สึกเขาหรอก เขาก็ไม่พูดแต่ก็แสดงออกในทางที่ไม่พอใจงอนเรา เราก็ไม่สนใจอเพราะเราให้คะแนนอีกคนมากกว่า มันคือจุดที่จะตัดสินเราแหละตอนนี้ว่าจะเป็นยังไง ของท่าน อ.เปล่งนะดีแต่เราซิไม่ดี

หลังจากที่ผู้ชายหนุ่มคนที่ไม่เคยมีความรักเลย..กลับกลายเป็นคนที่มีมากความรัก จากคนที่ขี้อาย กลับเป็นคนที่กล้าพูด..จากที่เป็นคนที่ไม่มีใครสนใจ กลายเป็นคนที่คนอื่นให้ความสำคัญ บวกกันกลายเป็นคนที่หลงตัวเองในที่สุด ไม่สนใจความรู้สึกใคร...อันนี้ไม่ดีเลยครับ

          เมื่อเราคบคนมากกว่า2คนแน่นอนต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนครับ เมื่อเธอทั้งสองคนให้ความสำคัญกับเราเกินกว่าความเป็นคนรู้จักหรือเพื่อนมันก็มีคนหนึ่งต้องไป เมื่อเราให้ขุนแผนช่วยท่านก็ช่วยๆจนสำเร็จ เมื่อสำเร็จแล้วเราต้องช่วยตัวเองแล้วว่าเราจะเลือคบใครมันป็นเรื่องที่พรายช่วยเราไม่ได้หรือด้วยวิบากกรรมของเราก็ไม่ทราบที่กำหนดชีวิตเราให้ไม่ได้คู่กันก็ได้เมื่อเวลาผ่านไปจากเป็นเพื่อนกันทั้งสามคน ก็กลายเป็นการกินแหนงแคลงใจกัน คนีที่เราคบอยู่ก่อนนั้นเขาก็ดีกำเราทุกอย่างทุกเรื่องตามใจเรา เอาใจเราทุกอย่างจะเรียกได้ว่ารักเราจริงก็ได้ไม่เคยเรียกร้องอะไรมีแต่ให้ซะมากกว่า แต่อีกคนที่เราอยากคบเราต้องคอยตามใจ ยอมทุกอย่างทุกเรื่องบางครั้งก็น่าเบื่อ ไม่มีเหตุผล แต่เราก็ยอมรับและยอมๆๆๆๆๆๆๆ จนมาถึงวันหนึ่งที่เราต้องเลือกระหว่างเธอและเพื่อนของเธอ เรานะอยากคบไว้ทั้งสองคนเลยแต่กับเธอเหล่านั้นไม่ยอมต้องเลือก มันเป็นนาทีที่เราตัดสินใจยากที่สุดเลย เป็นเวลาที่เราทั้งสามใกล้จบพอดี ทั้งเรื่องของหัวใจทั้งเรื่องของการเรียนมันมาด้วยกันจิตใจไม่สงบอ่านหนังสือก็ไม่รู้เรือง เราต้องตัดสินใจซะที่ถ้าปล่อยเป็นแบบนี้ไม่ดีทั้งสามคนแน่ คิดๆๆๆๆๆๆๆๆคนหนึ่งดีทุกอย่างเลย อีกคนสวย รวย มีแต่คนอิจฉา และแล้วเราก็เลือกที่จะคบ คนที่สวย รวย อาจเป็นเพราะเราต้องการเอาชนะคนอื่นๆให้เขาอิจฉาก็ได้ เมื่อเราเลือกที่จะคบกับอีกคนหนึ่งอีกคนหนึ่งก็ต้องไปมันเป็นคำตอบที่แน่นอน หลังจากนั้นเธอคนนั้นก็หายหน้าหายตาไปเห็นเราก็จะหลบเราตลอดร้านที่เคยไปก็จะไม่ไปแต่กระนั้นเขาก็คอยช่วยเราตลอดทุกเรื่อง รายงาน หนังสือสอบ และเรื่องต่างที่เคยทำ อันนี้เรามารู้ตอนหลัง เราก็คบกับเพื่อนของเธอไปเรื่อยๆๆๆๆเราต้องคอยเอาใจทุกอย่างเลยแรกๆก็พอทนได้แต่หลังมาเริ่มชักไม่ไหวครับ เวลาก็ผ่านไปเรื่อยและมันก็เป็นอย่างนี่เรื่อยจนเราคิดว่าเขาคิดอย่างไรกับเราวะ เราคบกันมาจนจบการศึกษา....เธอทำอะไรก็ไม่เคยสนใจความรู้สึกเราเลย....เธอคงคิดว่าเธอมีพร้อมทุกอย่างทำอะไรก็ได้ เมื่อคนเราทนมาถึงจุดที่เรียกว่าที่สุดก็ต้องพอ ผมเริ่มถอยออกมาที่ละนิดทีละนิดด้วยความปวดใจ....เริ่มคิดถึงเธอคนนั้นที่ผมไม่เคยสนใจและเข้าใจความรู้สึกของคนที่ถูกไม่สนใจมากขึ้น (คงเป็นบาปที่เราทำกับเขามั้ง) จนสุดท้ายผมก็ต้องไปเองแต่เพื่อนเธอคนนั้นก็ตามมาง้อนะ แต่เราคิดว่าเราคงไม่สามารถที่จะคบกันต่อได้แล้วหลังจากที่ศึกษานิสัยกันมาเป็นปี เลิกตอนนี้ดีกว่าเสียใจมากในวันต่อไป...

          ผมพยายามตามหาเธอคนนั้นหลังจากที่เรียนจบก็ต่างคนต่างไปทำงาน เราก็ถามเพื่อนเขาว่าเขาอยู่ไหน แล้วเราก็ขอเบอร์โทรพยายามที่จะติดต่อแต่ก็ไม่เป็นผล....จนสุดท้ายผมก็ต้องยอมแพ้ตัวเอง สุดท้ายเราก็ถามเพื่อนเขาว่าเขามีแฟนยังเพื่อนเขาก็ตอบว่าเขาไม่คบใครเลยหลังจากที่เลิกคบกับเรา หลังจากนั้นผมก็ถอดขุนแผน อ.เปล่ง ออกเพื่อเป็นการทำโทษตัวเอง 1ปีเต็มแล้วก็ทำงานๆๆๆๆๆ มาถึงวันนี้ผมพร้อมแล้วที่จะนิมนต์ขึนคอ เพราะครบกำหนดที่ตั้งไว้แล้ว จะด้วยความศักดิ์สิทธิ์ของพ่อขุนแผนที่เราศรัทธาก็ได้ หลังจากขอให้เธอคนนั้นกลับมาคบกับเราอีก....และแล้วก็เป็นจริงเมื่อสงกรานต์นี้เองเธอคนนั้นก็มาหาผมที่บ้านหลังจากที่หายไปสองปีไม่ติดต่อกันเลย ....แล้วบอกกับเราว่า..เราเป็นเพื่อนกันอีกรอบก่อนนะ ...ผมดีใจสุดๆๆเลย ผมตามเก็บพระอาจารย์เปล่งเพิ่มมากขึ้นทุกรุ่นที่ตังค์เหลือ ก็ด้วยศรัทธาที่ผมมี ที่เล่ามาทั้งหมดก็ด้วยศรัทธา เพื่อเทิดทูลครูบาอาจารย์ ไม่มีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง และเป็นอุธาหรณ์ แก่ผู้ใช้พระ อ.เปล่ง

 

ขอขอบคุณเว็บไซด์ www.khalong.com ด้วยครับ

 

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #1
อาร์ต น้อยย'ยย
อาร์ต น้อยย'ยย (Guest)
IP: 171.99.224.x
4 ปีที่ผ่านมา

แล้วถ้าเราไม่อธิฐานละคับ แบบว่าแขวนไว้เฉยๆท่านจะช่วยมั้ยคับ

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #2
เจ้าของร้าน
เจ้าของร้าน
4 ปีที่ผ่านมา

 

 

ประพฤติ และ ปฏิบัติตน รักษาศีล 5 โดยเฉพาะศีลข้อ 3 ให้ได้ ครูบาอาจารย์ พระเครื่อง

สิ่งศักดิท่านคุ้มครองแน่นอนครับ

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #3
keekimaru
keekimaru (Guest)
IP: 49.48.53.x
2 ปีที่ผ่านมา

ขอบคุณมากครับ สำหรับประสบการณ์ดีๆที่นำมาแบ่งปัน ได้ทั้งความรู้ และได้คติสอนใจด้วย

QUOTE 
ความคิดเห็นที่ #4
คน
คน (Guest)
IP: 171.100.162.x
2 ปีที่ผ่านมา

ดีใจด้วยนะครับที่เรื่องจบลงเเบบเเอปปี้เอนดิ้ง

1
แสดงความคิดเห็นที่ 1-4 จากทั้งหมด 4 ความคิดเห็น
ข้อความ
ชื่อผู้โพส
ข้อมูลสำหรับการติดต่อกลับ (ไม่เปิดเผย เห็นเฉพาะเจ้าของร้าน)
อีเมล
เบอร์มือถือ
  • ตอบกระทู้

Contract us ส่งอีเมล์ติดต่อเรา

สถิติร้านค้า

หน้าที่เข้าชม600,839 ครั้ง
ผู้ชมทั้งหมด393,959 ครั้ง
เปิดร้าน26 พ.ค. 2555
ร้านค้าอัพเดท27 พ.ค. 2561

ติดตามสินค้า

MEMBER ระบบสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่ ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)
Go to Top
พูดคุย-สอบถาม คลิก